แชร์

Off-Page SEO คืออะไร กลยุทธ์การทํา Off-Page SEO มีอะไรบ้าง?

อัพเดทล่าสุด: 24 พ.ค. 2026
0 ผู้เข้าชม
Off-Page SEO
Off-Page SEO (Search Engine Optimization) คือการทำ SEO นอกเว็บไซต์ เพื่อเพิ่มความน่าเชื่อถือและเสริมโอกาสในการติดอันดับบน Google โดยไม่จำเป็นต้องแก้ไขเนื้อหาหรือโครงสร้างภายในเว็บไซต์โดยตรง

เป้าหมายของ Off-Page SEO คือทำให้ทั้ง Google และผู้ใช้งานมองว่าเว็บไซต์ของคุณมีความน่าเชื่อถือ มีความเชี่ยวชาญในสายธุรกิจ และได้รับการกล่าวถึงจากแหล่งข้อมูลอื่นที่มีคุณภาพ ไม่ว่าจะเป็นการสร้าง Backlink การทำ Digital PR หรือการเพิ่มการรับรู้แบรนด์บนแพลตฟอร์มต่าง ๆ หากต้องการให้เว็บไซต์เติบโตอย่างยั่งยืนและแข่งขันในผลการค้นหาได้ในระยะยาว Off-Page SEO ถือเป็นหนึ่งในกลยุทธ์สำคัญที่ไม่ควรมองข้าม


ทำไมการทำ Off-Page SEO ถึงสำคัญ?

Off-Page SEO คือการสร้างความน่าเชื่อถือให้เว็บไซต์ของคุณจากปัจจัยภายนอกเว็บไซต์ เช่น การได้รับ Backlink จากเว็บไซต์อื่น หรือการที่แบรนด์ถูกพูดถึงและแนะนำบนแพลตฟอร์มต่าง ๆ

ยิ่งเว็บไซต์ของคุณได้รับการอ้างอิงจากแหล่งที่น่าเชื่อถือมากเท่าไร Google ก็จะยิ่งมองว่าเว็บไซต์ของคุณมีคุณภาพและน่าเชื่อถือมากขึ้น ส่งผลให้มีโอกาสติดอันดับสูงขึ้นบนหน้าผลการค้นหา พูดง่าย ๆ คือ หากมีคนหรือเว็บไซต์อื่น “แนะนำ” เว็บไซต์ของคุณมากขึ้น Google ก็มีแนวโน้มที่จะให้ความสำคัญกับเว็บไซต์ของคุณมากขึ้นเช่นกัน

เทียบความแตกต่าง On-Page SEO vs. Off-Page SEO

Off-Page SEO คือการทำ SEO จากภายนอกเว็บไซต์ เช่น การสร้างลิงก์ การถูกพูดถึง หรือการทำการตลาดบนแพลตฟอร์มอื่น ๆ

ส่วน On-Page SEO คือการปรับแต่งสิ่งต่าง ๆ ภายในหน้าเว็บไซต์ของคุณเอง เช่น การเขียนคอนเทนต์ให้ตรงคีย์เวิร์ด การตั้งชื่อหัวข้อ (Title), การจัดโครงสร้างบทความ และการใส่ Meta Description ทั้งสองอย่างมีบทบาทสำคัญต่อการทำ SEO และต้องทำควบคู่กันถึงจะเห็นผลดีในระยะยาว

นอกจากนี้ ยังมีอีกส่วนที่เรียกว่า Technical SEO ซึ่งเป็นการปรับปรุงเชิงเทคนิคในระดับเว็บไซต์ทั้งระบบ เช่น ความปลอดภัยของเว็บไซต์ (HTTPS), ความเร็วในการโหลดหน้าเว็บ และการรองรับการใช้งานบนมือถือ เป้าหมายคือทำให้เว็บไซต์ทำงานได้ดี มีประสิทธิภาพ และช่วยเพิ่มโอกาสในการมองเห็นบนหน้าผลการค้นหาให้มากยิ่งขึ้น

เทคนิค Off-Page SEO ที่ได้ผลจริง ทำยังไงให้เว็บไซต์น่าเชื่อถือ

มาดูกันกับ 4 กลยุทธ์ Off-Page SEO ที่ช่วยเพิ่มความน่าเชื่อถือให้เว็บไซต์ และดึงทราฟฟิกจาก Google แบบไม่ต้องเสียค่าโฆษณา เมื่อทำอย่างต่อเนื่อง เว็บไซต์ของคุณจะมีโอกาสติดอันดับสูงขึ้นและเข้าถึงลูกค้าใหม่ได้มากขึ้น

1. ทำ Link Building

Link Building คือการทำให้เว็บไซต์อื่นใส่ลิงก์กลับมายังเว็บไซต์ของเรา ซึ่งลิงก์เหล่านี้เรียกว่า Backlinks ในมุมของ Google ถ้าเว็บไซต์ของคุณมีคนลิงก์ถึงเยอะ ก็เหมือนมีคน “แนะนำ” เยอะ ทำให้ดูน่าเชื่อถือมากขึ้น โดยเฉพาะถ้าลิงก์นั้นมาจากเว็บที่มีคุณภาพและมีความน่าเชื่อถืออยู่แล้ว

จากงานวิจัยปี 2026 พบว่า Authority Score ของโดเมน เป็นหนึ่งในปัจจัยสำคัญที่ส่งผลต่ออันดับหน้าเว็บอย่างชัดเจน

นอกจากนี้ ยังมีตัวชี้วัดอื่นที่เกี่ยวข้อง เช่น

  • Page Authority Score: คะแนนความน่าเชื่อถือของหน้าเพจนั้น ๆ
  • Number of Referring IPs (Domain): จำนวน IP Address ที่แตกต่างกันซึ่งลิงก์มายังโดเมน
  • Number of Referring Domains (Domain): จำนวนโดเมนที่แตกต่างกันที่ลิงก์มายังโดเมน
  • Number of Referring IPs (URL): จำนวน IP Address ที่แตกต่างกันที่ลิงก์มายังหน้าเพจนั้น
  • Number of Referring Domains (URL): จำนวนโดเมนที่แตกต่างกันที่ลิงก์มายังหน้าเพจนั้น
  • Number of Backlinks (Domain): จำนวน Backlinks ทั้งหมดที่ชี้มายังโดเมน
  • Number of Backlinks (URL): จำนวน Backlinks ทั้งหมดที่ชี้มายังหน้าเพจ
  • ลิงค์เสีย (Broken Link Building)
Broken Link Building คือการหาลิงก์ที่เสีย (กดแล้วเข้าไม่ได้) บนเว็บไซต์อื่น แล้วติดต่อเจ้าของเว็บเพื่อเสนอให้เปลี่ยนลิงก์นั้นมาเป็นลิงก์ของเราแทน

ยกตัวอย่างง่าย ๆ เช่น เว็บไซต์หนึ่งเคยลิงก์ไปยังบทความของคู่แข่ง แต่ตอนนี้บทความนั้นถูกลบไปแล้ว ทำให้ลิงก์ใช้งานไม่ได้ คุณสามารถแจ้งเจ้าของเว็บว่าลิงก์เสีย และแนะนำบทความของคุณที่มีเนื้อหาใกล้เคียงหรือดีกว่าให้แทนที่

วิธีนี้ได้ประโยชน์ทั้งสองฝ่าย เพราะเจ้าของเว็บได้แก้ปัญหาลิงก์เสีย ส่วนคุณก็ได้ Backlink คุณภาพกลับมา Broken Link Building คือการเปลี่ยนลิงก์เสียของคนอื่น ให้กลายเป็นโอกาสสร้างลิงก์ให้เว็บไซต์ของเราอย่างชาญฉลาด

แบรนด์ถูกพูดถึงบนเว็บไซต์อื่น (Brand Mentions)
ถ้ามีเว็บไซต์อื่นพูดถึงชื่อแบรนด์ของคุณ แต่ไม่ได้ใส่ลิงก์กลับมายังเว็บไซต์ เช่น มีคำว่า “GoOn Content” ปรากฏในบทความ แต่ไม่ได้คลิกเข้าเว็บได้

ในบางเคสเจ้าของเว็บไซต์ยินดีเพิ่มลิงก์ให้ หากคุณติดต่อไปอย่างสุภาพและเป็นมืออาชีพ เพื่อเพิ่มโอกาสสำเร็จ แนะนำให้เลือกกรองเพิ่มเติม เช่น

  • โฟกัสที่เว็บข่าวหรือบล็อก (ไม่ใช่เว็บบอร์ดหรือโซเชียลมีเดีย)
  • เลือก Mentions ที่เกิดขึ้นในช่วง 30 วันที่ผ่านมา
  • เลือกบทความที่มีเนื้อหาเชิงบวกเกี่ยวกับแบรนด์
  • จากนั้นคุณสามารถไล่ดูรายชื่อเว็บไซต์ และเลือกติดต่อเฉพาะเว็บที่เหมาะสม


แหล่งข่าวอ้างอิงให้บทความข่าว
นักข่าวมักต้องการความคิดเห็นจากผู้เชี่ยวชาญ ข้อมูลเชิงลึก หรือสื่อประกอบอย่างภาพถ่ายสำหรับใช้ในบทความ หากคุณสามารถให้ข้อมูลหรือทรัพยากรที่เขาต้องการได้ ก็มีโอกาสที่พวกเขาจะใส่ลิงก์กลับมายังเว็บไซต์ของคุณเป็นการตอบแทน

คุณสามารถหาโอกาสลักษณะนี้ได้ผ่านแพลตฟอร์มอย่าง Connectively หรือคอยติดตามแฮชแท็ก เพื่อดูว่านักข่าวกำลังมองหาแหล่งข้อมูลด้านใดอยู่
วิธีนี้นอกจากจะช่วยสร้าง Backlink คุณภาพสูงแล้ว ยังช่วยเพิ่มความน่าเชื่อถือและภาพลักษณ์ความเป็นผู้เชี่ยวชาญให้กับแบรนด์ของคุณอีกด้วย 


2. คอนเทนต์มาร์เก็ตติ้ง (Content Marketing)

Content Marketing คือหนึ่งในเทคนิคสำคัญของ Off-Page SEO เพราะการสร้างคอนเทนต์คุณภาพช่วยให้คุณได้รับ Backlinks ได้รับความสนใจจากสื่อ และแสดงให้เห็นถึงความเชี่ยวชาญและความน่าเชื่อถือ (E-E-A-T) ของแบรนด์

นอกจากนี้ หากคุณนำคอนเทนต์ที่สร้างไว้ไปเผยแพร่ต่อในช่องทางอื่น ๆ ก็จะช่วยเพิ่มสัญญาณเชิงบวกจากภายนอกเว็บไซต์ (Off-Page Signals) ได้มากขึ้น รูปแบบการทำคอนเทนต์มาร์เก็ตติ้ง เพื่อดัน SEO มีหลากหลายแบบด้วยกัน ไม่ว่าจะเป็น

Digital PR

Digital PR คือการนำเทคนิคประชาสัมพันธ์ (PR) มาปรับใช้เพื่อสร้าง Backlinks ปัจจุบันถือเป็นหนึ่งในวิธีทำลิงก์ที่ได้รับความนิยมมากในสาย SEO เพราะสามารถสร้างลิงก์คุณภาพสูงได้ในวงกว้าง

ข้อดีของการทำแคมเปญ Digital PR ได้แก่ 
  • เพิ่มการรับรู้แบรนด์ (Brand Awareness) และยอดค้นหาชื่อแบรนด์
  • เข้าถึงกลุ่มเป้าหมายได้ตรงจุด
  • เพิ่มทราฟฟิกจากการอ้างอิง (Referral Traffic)
  • เสริมภาพลักษณ์ด้านความเชี่ยวชาญและความน่าเชื่อถือ (E-E-A-T)
  • โซเชียลมีเดีย (Social Media)


โซเชียลมีเดียอาจไม่ได้ส่งผลโดยตรงต่ออันดับบน Google แต่เป็นช่องทางที่ช่วยเพิ่มการมองเห็น (Visibility) ได้อย่างมาก ยิ่งคอนเทนต์ของคุณถูกแชร์บนแพลตฟอร์มโซเชียลมากเท่าไร ก็ยิ่งมีโอกาสได้รับทราฟฟิกและ Backlinks เพิ่มขึ้นเท่านั้น

แม้บางครั้งคุณอาจไม่ได้ลิงก์หรือทราฟฟิกทันที แต่การที่คนเห็นแบรนด์มากขึ้น จะช่วยเพิ่มการค้นหาชื่อแบรนด์ (Branded Searches) และการถูกพูดถึง (Mentions) ซึ่งล้วนส่งผลดีต่อ Off-Page SEO


อินฟลูเอนเซอร์มาร์เก็ตติ้ง (Influencer Marketing) 
คือการทำงานร่วมกับบล็อกเกอร์หรือครีเอเตอร์บนโซเชียลมีเดียที่มีผู้ติดตามจำนวนมาก เพื่อช่วยโปรโมตสินค้า หรือบริการของคุณ

วิธีนี้เป็นอีกหนึ่งช่องทางที่มีประสิทธิภาพในการสร้างการรับรู้แบรนด์ (Brand Awareness) ขยายการเข้าถึงคอนเทนต์ และเข้าถึงกลุ่มเป้าหมายใหม่ ๆ
อินฟลูเอนเซอร์มักมีฐานผู้ติดตามที่แข็งแรง และช่วยให้แบรนด์ของคุณไปปรากฏบนแพลตฟอร์มที่เกี่ยวข้องกับกลุ่มเป้าหมายได้ง่ายขึ้น

Guest Posting
Guest Posting คือการเขียนบทความไปเผยแพร่บนเว็บไซต์ของผู้อื่น ซึ่งช่วยให้แบรนด์ของคุณได้เข้าถึงผู้ชมกลุ่มใหม่ ๆ และมีโอกาสได้รับการพูดถึงรวมถึง Backlinks กลับมายังเว็บไซต์ของคุณ

หากทำอย่างถูกวิธี Guest Posting จะช่วยเรื่อง Link Building ได้ดี แต่สิ่งสำคัญคือควรเลือกเว็บไซต์ที่เกี่ยวข้องกับสายงานหรือธุรกิจของคุณ (Niche) และต้องเน้นให้ข้อมูลที่มีคุณค่า ไม่ใช่เขียนเพื่อหวังแค่ลิงก์อย่างเดียว

วิธีหาโอกาสเขียน Guest Post ง่าย ๆ คือค้นหาใน Google โดยใช้คำค้นร่วมกับ Search Operators เช่น

  • “คีย์เวิร์ดของคุณ” + “this is a guest post by”
  • “คีย์เวิร์ดของคุณ” + “this is a guest contribution”
  • “คีย์เวิร์ดของคุณ” + “guest column”
  • “คีย์เวิร์ดของคุณ” + “guest post”
  • “คีย์เวิร์ดของคุณ” + “contributing writer”
  • “คีย์เวิร์ดของคุณ” + “contributing author”

ผลลัพธ์ที่ได้จะแสดงเว็บไซต์ที่เคยเปิดรับบทความจากผู้เขียนภายนอกมาก่อน ซึ่งมีโอกาสสูงที่พวกเขาจะเปิดรับบทความของคุณด้วย และอาจอนุญาตให้ใส่ลิงก์กลับมายังเว็บไซต์ของคุณในบทความได้

พอดแคสต์ (Podcasts)
ปัจจุบัน พอดแคสต์ (Podcasts) ได้รับความนิยมอย่างมาก และแนวโน้มก็ยังคงเติบโตต่อเนื่อง หากคุณยังไม่ได้ใช้พอดแคสต์เป็นส่วนหนึ่งของกลยุทธ์การตลาด อาจกำลังพลาดโอกาสสำคัญไป เพราะยังมีหลายธุรกิจที่ไม่ได้ใช้ช่องทางนี้ ทำให้คุณสามารถสร้างความได้เปรียบเหนือคู่แข่งได้ง่ายขึ้น

พอดแคสต์ช่วยให้คุณเข้าถึงกลุ่มผู้ฟังใหม่ ๆ แบ่งปันความเชี่ยวชาญ และเพิ่มการมองเห็นบนแพลตฟอร์มหรือเว็บไซต์อื่น ๆ

หากคุณได้รับเชิญไปเป็นแขกรับเชิญในพอดแคสต์ เจ้าของรายการอาจใส่ลิงก์กลับมายังเว็บไซต์ของคุณ หรือหากเนื้อหาบนเว็บไซต์ของคุณเกี่ยวข้องกับหัวข้อที่พูดถึง รายการพอดแคสต์อาจนำไปอ้างอิงและใส่ลิงก์ไว้ในคำอธิบายรายการ (Show Notes) ได้เช่นกัน

การเอาคอนเทนต์แบรนด์ไปเผยแพร์บนเว็บอื่น หลายสื่อชอบวิธีนี้ เพราะช่วยให้พวกเขามีคอนเทนต์ใหม่โดยไม่ต้องสร้างเองทั้งหมด ส่วนสำหรับคุณ ข้อดีคือทำให้แบรนด์ได้ไปปรากฏต่อหน้าผู้ชมกลุ่มใหม่ ๆ เพิ่มการมองเห็นและโอกาสเติบโต

ตัวอย่างแพลตฟอร์มที่นิยมใช้ทำ Content Syndication ได้แก่

  • Medium
  • LinkedIn
  • Outbrain
  • Taboola
  • Business 2 Community
  • Quuu


นอกจากนี้ คุณยังสามารถมองหาเว็บไซต์ในสายธุรกิจ (Niche) ของคุณ แล้วติดต่อเสนอให้นำบทความของคุณไปเผยแพร่ซ้ำได้เช่นกัน

อย่างไรก็ตาม การทำ Content Syndication ต้องทำอย่างระมัดระวัง เพราะ Google ระบุว่าจะเลือกแสดง “เวอร์ชันที่เหมาะสมที่สุดสำหรับผู้ใช้” ในแต่ละการค้นหา ซึ่งอาจไม่ใช่เวอร์ชันที่อยู่บนเว็บไซต์ของคุณเสมอไป นั่นหมายความว่า บทความเวอร์ชันที่เผยแพร่บนเว็บอื่น อาจมีโอกาสอันดับดีกว่าเว็บต้นฉบับของคุณได้ แนะนำว่า ให้บทความเวอร์ชันที่เผยแพร่ซ้ำ ใส่ลิงก์กลับมายังบทความต้นฉบับของคุณจะดีกว่า

วางลิงค์ในกระทู้ (Forums) 
การเข้าไปวางลิงก์ในฟอรั่มเพียงเพื่อหวังผลด้าน SEO โดยตรง ไม่ได้ช่วยให้อันดับบน Google ดีขึ้นอย่างมีนัยสำคัญ แต่คุณสามารถใช้ฟอรั่มเป็นพื้นที่ในการเข้าร่วมบทสนทนาที่เกี่ยวข้องกับความเชี่ยวชาญของคุณ เพื่อสร้างภาพลักษณ์ความเป็นผู้รู้ และทำให้กลุ่มเป้าหมายใหม่ ๆ รู้จักคุณมากขึ้น

จุดเด่นของฟอรั่มคือ คุณสามารถพูดคุยกับผู้คนที่กำลังตั้งคำถามหรือมองหาสิ่งที่คุณมีอยู่แล้ว จึงเป็นโอกาสดีในการสร้างความสัมพันธ์และความไว้วางใจ เมื่อสมาชิกในชุมชนสนใจข้อมูลเพิ่มเติม คุณจึงค่อยแชร์คอนเทนต์ที่เกี่ยวข้องและเป็นประโยชน์จริง ๆ แทนการโปรโมตแบบตรงเกินไป เพื่อไม่ให้คนในชุมชนมองว่าเป็นการขายตรงเกินจำเป็น 

 

3. ทำ Local SEO

Local SEO คือการปรับแต่งตัวตนออนไลน์ของธุรกิจ เพื่อเพิ่มการมองเห็น ทราฟฟิก และการรับรู้แบรนด์ในพื้นที่ใกล้เคียงกับธุรกิจของคุณ
เป้าหมายคือทำให้คนในพื้นที่ค้นหาแล้วเจอคุณได้ง่ายขึ้น ไม่ว่าจะเป็นผ่าน Google Search หรือ Google Maps  มาดู 2 เทคนิค Off-Page SEO ที่ธุรกิจท้องถิ่นกัน

ปรับแต่ง SEO บน Google Business Profile (GBP)
คือเครื่องมือฟรีจาก Google ที่ช่วยให้ธุรกิจของคุณแสดงผลบนหน้าค้นหาและ Google Maps ได้อย่างโดดเด่น เนื่องจากเป็นสิ่งที่อยู่ภายนอกเว็บไซต์ การปรับแต่ง Google Business Profile จึงถือเป็นเทคนิคสำคัญของ Off-Page SEO และเป็นหนึ่งในปัจจัยหลักของการทำ Local SEO

หากจัดการโปรไฟล์ได้ดี ธุรกิจของคุณมีโอกาสไปแสดงในตำแหน่งสำคัญ เช่น กล่องแผนที่ (Map Pack) เวลามีคนค้นหาคำอย่าง “ร้านต้นไม้ใกล้ฉัน” ซึ่งเป็นพื้นที่ที่สร้างโอกาสทางธุรกิจสูงมาก

เคล็ดลับใส่ข้อมูลบน GBP ตามหลัก SEO
  • ใส่ข้อมูลติดต่อให้ถูกต้องและครบถ้วนที่สุด
  • ตอบรีวิวทุกข้อความ ทั้งบวกและลบ
  • โพสต์อัปเดตสม่ำเสมอ เช่น ข่าวสาร รูปภาพ หรือวิดีโอ
  • NAP SEO
คือการทำให้ชื่อธุรกิจ (Name), ที่อยู่ (Address) และเบอร์โทรศัพท์ (Phone Number) ของคุณ ถูกต้องและตรงกันในทุกแพลตฟอร์มออนไลน์

ข้อมูลเหล่านี้มักปรากฏในไดเรกทอรีธุรกิจ โซเชียลมีเดีย เว็บไซต์รีวิว และเว็บไซต์อื่น ๆ เหตุผลที่สำคัญเพราะ Google ใช้ข้อมูล NAP เพื่อตรวจสอบความถูกต้องของธุรกิจคุณ หากข้อมูลแต่ละที่ไม่ตรงกัน จะทำให้ทั้งผู้ใช้งานและเสิร์ชเอนจินสับสน

เคล็ดลับการทำ NAP ให้ได้ผล:
  • ตรวจสอบให้ข้อมูลเหมือนกันทุกแพลตฟอร์ม
  • ส่งข้อมูลธุรกิจไปยังเว็บท้องถิ่นและเว็บเฉพาะทางในสายธุรกิจของคุณ
  • ตรวจสอบความถูกต้องของข้อมูลเป็นประจำ (เช่น ทุกเดือน)
  • การจัดการ Google Business Profile และการทำ NAP อย่างสม่ำเสมอ จะช่วยเพิ่มความน่าเชื่อถือ และทำให้ธุรกิจของคุณถูกค้นเจอได้ง่ายขึ้นในพื้นที่เป้าหมาย 

4. รีวิวจากลูกค้าจริง 

รีวิวจากลูกค้า มีอิทธิพลอย่างมากต่อการตัดสินใจของผู้บริโภค และช่วยสร้างความน่าเชื่อถือให้กับธุรกิจของคุณ

ในความเป็นจริง รีวิวถือเป็นหนึ่งในปัจจัยสำคัญที่ Google ใช้ประเมินความน่าเชื่อถือของเว็บไซต์ โดยเฉพาะอย่างยิ่งในการทำ Local SEO Google แนะนำให้ตอบรีวิวทุกประเภท ทั้งเชิงบวกและเชิงลบ เพราะการตอบกลับแสดงให้เห็นว่าคุณใส่ใจลูกค้าและให้ความสำคัญกับความคิดเห็นของพวกเขา

ทริคการใส่รีวิวที่ดี : รีวิวไม่ใช่แค่คำชม แต่เป็นปัจจัยสำคัญที่ช่วยเพิ่มความน่าเชื่อถือ อันดับการค้นหา และโอกาสทางธุรกิจในระยะยาว

เริ่มต้นทำ Off-Page SEO สร้างแบรนด์ให้เป็นที่รู้จักในวงกว้าง

Off-Page SEO เป็นหนึ่งในกลยุทธ์สำคัญที่ช่วยเพิ่มความน่าเชื่อถือให้เว็บไซต์ ผ่านการสร้าง Backlink คุณภาพ การทำ Digital PR และการเพิ่มการกล่าวถึงแบรนด์บนเว็บไซต์และแพลตฟอร์มต่าง ๆ ซึ่งล้วนส่งผลต่ออันดับการค้นหาในระยะยาว

หากคุณต้องการทำ SEO อย่างครบวงจร ทั้งวางโครงสร้างเว็บไซต์ ผลิตคอนเทนต์ และสร้าง Backlink ที่มีคุณภาพ ทีม Goon Content พร้อมดูแลกลยุทธ์ SEO ให้เหมาะกับธุรกิจของคุณ เพื่อช่วยเพิ่ม Organic Traffic และสร้างยอดขายอย่างยั่งยืน

ปรึกษาฟรี เพื่อประเมินเว็บไซต์และวางแผน SEO ที่ตอบโจทย์ธุรกิจของคุณได้เลยวันนี้
Tags :

บทความที่เกี่ยวข้อง
ทำ SEO
แจกเช็กลิสต์เริ่มต้นทำ SEO สำหรับมือใหม่อย่างง่ายดาย หากคุณเป็นคนหนึ่งที่ต้องการหาลูกค้าใหม่ๆ ผ่านเว็บไซต์ธุรกิจแนะนำให้ลองทำตามนี้
9 ก.ย. 2025
แจกขนาดรูป Social Media
ในพาร์ทนี้ เราเลยรวบรวมขนาดรูป Social Media ในทุกช่องทาง เช่น ขนาดรูป Facebook ขนาดรูป instagram ขนาดรูป tiktok ขนาดรูป line ขนาดรูป youtube ฯลฯ
19 เม.ย. 2024
บทความ SEO
ในบทความนี้ เราจะมาแชร์ทริคการเขียนบทความ SEO อย่างไรให้ติดหน้าแรกบนกูเกิ้ลได้ง่ายๆ มาดูกัน
10 ก.ย. 2025
เว็บไซต์นี้มีการใช้งานคุกกี้ เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพและประสบการณ์ที่ดีในการใช้งานเว็บไซต์ของท่าน ท่านสามารถอ่านรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ นโยบายความเป็นส่วนตัว และ นโยบายคุกกี้
Powered By MakeWebEasy Logo MakeWebEasy