Share

Off-Page SEO คืออะไร กลยุทธ์การทํา Off-Page SEO มีอะไรบ้าง?

Last updated: 24 May 2026
1 Views
Off-Page SEO
Off-Page SEO (Search Engine Optimization) คือการทำ SEO นอกเว็บไซต์ เพื่อเพิ่มความน่าเชื่อถือและเสริมโอกาสในการติดอันดับบน Google โดยไม่จำเป็นต้องแก้ไขเนื้อหาหรือโครงสร้างภายในเว็บไซต์โดยตรง

เป้าหมายของ Off-Page SEO คือทำให้ทั้ง Google และผู้ใช้งานมองว่าเว็บไซต์ของคุณมีความน่าเชื่อถือ มีความเชี่ยวชาญในสายธุรกิจ และได้รับการกล่าวถึงจากแหล่งข้อมูลอื่นที่มีคุณภาพ ไม่ว่าจะเป็นการสร้าง Backlink การทำ Digital PR หรือการเพิ่มการรับรู้แบรนด์บนแพลตฟอร์มต่าง ๆ หากต้องการให้เว็บไซต์เติบโตอย่างยั่งยืนและแข่งขันในผลการค้นหาได้ในระยะยาว Off-Page SEO ถือเป็นหนึ่งในกลยุทธ์สำคัญที่ไม่ควรมองข้าม

ทำไมการทำ Off-Page SEO ถึงสำคัญ?

Off-Page SEO คือการสร้างความน่าเชื่อถือให้เว็บไซต์ของคุณจากปัจจัยภายนอกเว็บไซต์ เช่น การได้รับ Backlink จากเว็บไซต์อื่น หรือการที่แบรนด์ถูกพูดถึงและแนะนำบนแพลตฟอร์มต่าง ๆ

ยิ่งเว็บไซต์ของคุณได้รับการอ้างอิงจากแหล่งที่น่าเชื่อถือมากเท่าไร Google ก็จะยิ่งมองว่าเว็บไซต์ของคุณมีคุณภาพและน่าเชื่อถือมากขึ้น ส่งผลให้มีโอกาสติดอันดับสูงขึ้นบนหน้าผลการค้นหา พูดง่าย ๆ คือ หากมีคนหรือเว็บไซต์อื่น “แนะนำ” เว็บไซต์ของคุณมากขึ้น Google ก็มีแนวโน้มที่จะให้ความสำคัญกับเว็บไซต์ของคุณมากขึ้นเช่นกัน

เทียบความแตกต่าง On-Page SEO vs. Off-Page SEO

Off-Page SEO คือการทำ SEO จากภายนอกเว็บไซต์ เช่น การสร้างลิงก์ การถูกพูดถึง หรือการทำการตลาดบนแพลตฟอร์มอื่น ๆ

ส่วน On-Page SEO คือการปรับแต่งสิ่งต่าง ๆ ภายในหน้าเว็บไซต์ของคุณเอง เช่น การเขียนคอนเทนต์ให้ตรงคีย์เวิร์ด การตั้งชื่อหัวข้อ (Title), การจัดโครงสร้างบทความ และการใส่ Meta Description ทั้งสองอย่างมีบทบาทสำคัญต่อการทำ SEO และต้องทำควบคู่กันถึงจะเห็นผลดีในระยะยาว

นอกจากนี้ ยังมีอีกส่วนที่เรียกว่า Technical SEO ซึ่งเป็นการปรับปรุงเชิงเทคนิคในระดับเว็บไซต์ทั้งระบบ เช่น ความปลอดภัยของเว็บไซต์ (HTTPS), ความเร็วในการโหลดหน้าเว็บ และการรองรับการใช้งานบนมือถือ เป้าหมายคือทำให้เว็บไซต์ทำงานได้ดี มีประสิทธิภาพ และช่วยเพิ่มโอกาสในการมองเห็นบนหน้าผลการค้นหาให้มากยิ่งขึ้น

เทคนิค Off-Page SEO ที่ได้ผลจริง ทำยังไงให้เว็บไซต์น่าเชื่อถือ

มาดูกันกับ 4 กลยุทธ์ Off-Page SEO ที่ช่วยเพิ่มความน่าเชื่อถือให้เว็บไซต์ และดึงทราฟฟิกจาก Google แบบไม่ต้องเสียค่าโฆษณา เมื่อทำอย่างต่อเนื่อง เว็บไซต์ของคุณจะมีโอกาสติดอันดับสูงขึ้นและเข้าถึงลูกค้าใหม่ได้มากขึ้น

 

1. ทำ Link Building

Link Building คือการทำให้เว็บไซต์อื่นใส่ลิงก์กลับมายังเว็บไซต์ของเรา ซึ่งลิงก์เหล่านี้เรียกว่า Backlinks ในมุมของ Google ถ้าเว็บไซต์ของคุณมีคนลิงก์ถึงเยอะ ก็เหมือนมีคน “แนะนำ” เยอะ ทำให้ดูน่าเชื่อถือมากขึ้น โดยเฉพาะถ้าลิงก์นั้นมาจากเว็บที่มีคุณภาพและมีความน่าเชื่อถืออยู่แล้ว

จากงานวิจัยปี 2026 พบว่า Authority Score ของโดเมน เป็นหนึ่งในปัจจัยสำคัญที่ส่งผลต่ออันดับหน้าเว็บอย่างชัดเจน

นอกจากนี้ ยังมีตัวชี้วัดอื่นที่เกี่ยวข้อง เช่น

  • Page Authority Score: คะแนนความน่าเชื่อถือของหน้าเพจนั้น ๆ
  • Number of Referring IPs (Domain): จำนวน IP Address ที่แตกต่างกันซึ่งลิงก์มายังโดเมน
  • Number of Referring Domains (Domain): จำนวนโดเมนที่แตกต่างกันที่ลิงก์มายังโดเมน
  • Number of Referring IPs (URL): จำนวน IP Address ที่แตกต่างกันที่ลิงก์มายังหน้าเพจนั้น
  • Number of Referring Domains (URL): จำนวนโดเมนที่แตกต่างกันที่ลิงก์มายังหน้าเพจนั้น
  • Number of Backlinks (Domain): จำนวน Backlinks ทั้งหมดที่ชี้มายังโดเมน
  • Number of Backlinks (URL): จำนวน Backlinks ทั้งหมดที่ชี้มายังหน้าเพจ


ลิงค์เสีย (Broken Link Building) Broken Link Building คือการหาลิงก์ที่เสีย (กดแล้วเข้าไม่ได้) บนเว็บไซต์อื่น แล้วติดต่อเจ้าของเว็บเพื่อเสนอให้เปลี่ยนลิงก์นั้นมาเป็นลิงก์ของเราแทน

ยกตัวอย่างง่าย ๆ เช่น เว็บไซต์หนึ่งเคยลิงก์ไปยังบทความของคู่แข่ง แต่ตอนนี้บทความนั้นถูกลบไปแล้ว ทำให้ลิงก์ใช้งานไม่ได้ คุณสามารถแจ้งเจ้าของเว็บว่าลิงก์เสีย และแนะนำบทความของคุณที่มีเนื้อหาใกล้เคียงหรือดีกว่าให้แทนที่

วิธีนี้ได้ประโยชน์ทั้งสองฝ่าย เพราะเจ้าของเว็บได้แก้ปัญหาลิงก์เสีย ส่วนคุณก็ได้ Backlink คุณภาพกลับมา Broken Link Building คือการเปลี่ยนลิงก์เสียของคนอื่น ให้กลายเป็นโอกาสสร้างลิงก์ให้เว็บไซต์ของเราอย่างชาญฉลาด

แบรนด์ถูกพูดถึงบนเว็บไซต์อื่น (Brand Mentions)
ถ้ามีเว็บไซต์อื่นพูดถึงชื่อแบรนด์ของคุณ แต่ไม่ได้ใส่ลิงก์กลับมายังเว็บไซต์ เช่น มีคำว่า “GoOn Content” ปรากฏในบทความ แต่ไม่ได้คลิกเข้าเว็บได้

ในบางเคสเจ้าของเว็บไซต์ยินดีเพิ่มลิงก์ให้ หากคุณติดต่อไปอย่างสุภาพและเป็นมืออาชีพ เพื่อเพิ่มโอกาสสำเร็จ แนะนำให้เลือกกรองเพิ่มเติม เช่น

  • โฟกัสที่เว็บข่าวหรือบล็อก (ไม่ใช่เว็บบอร์ดหรือโซเชียลมีเดีย)
  • เลือก Mentions ที่เกิดขึ้นในช่วง 30 วันที่ผ่านมา
  • เลือกบทความที่มีเนื้อหาเชิงบวกเกี่ยวกับแบรนด์
  • จากนั้นคุณสามารถไล่ดูรายชื่อเว็บไซต์ และเลือกติดต่อเฉพาะเว็บที่เหมาะสม



แหล่งข่าวอ้างอิงให้บทความข่าว
นักข่าวมักต้องการความคิดเห็นจากผู้เชี่ยวชาญ ข้อมูลเชิงลึก หรือสื่อประกอบอย่างภาพถ่ายสำหรับใช้ในบทความ หากคุณสามารถให้ข้อมูลหรือทรัพยากรที่เขาต้องการได้ ก็มีโอกาสที่พวกเขาจะใส่ลิงก์กลับมายังเว็บไซต์ของคุณเป็นการตอบแทน

คุณสามารถหาโอกาสลักษณะนี้ได้ผ่านแพลตฟอร์มอย่าง Connectively หรือคอยติดตามแฮชแท็ก เพื่อดูว่านักข่าวกำลังมองหาแหล่งข้อมูลด้านใดอยู่
วิธีนี้นอกจากจะช่วยสร้าง Backlink คุณภาพสูงแล้ว ยังช่วยเพิ่มความน่าเชื่อถือและภาพลักษณ์ความเป็นผู้เชี่ยวชาญให้กับแบรนด์ของคุณอีกด้วย 

 

2. คอนเทนต์มาร์เก็ตติ้ง (Content Marketing)

Content Marketing คือหนึ่งในเทคนิคสำคัญของ Off-Page SEO เพราะการสร้างคอนเทนต์คุณภาพช่วยให้คุณได้รับ Backlinks ได้รับความสนใจจากสื่อ และแสดงให้เห็นถึงความเชี่ยวชาญและความน่าเชื่อถือ (E-E-A-T) ของแบรนด์

นอกจากนี้ หากคุณนำคอนเทนต์ที่สร้างไว้ไปเผยแพร่ต่อในช่องทางอื่น ๆ ก็จะช่วยเพิ่มสัญญาณเชิงบวกจากภายนอกเว็บไซต์ (Off-Page Signals) ได้มากขึ้น รูปแบบการทำคอนเทนต์มาร์เก็ตติ้ง เพื่อดัน SEO มีหลากหลายแบบด้วยกัน ไม่ว่าจะเป็น

Digital PR

Digital PR คือการนำเทคนิคประชาสัมพันธ์ (PR) มาปรับใช้เพื่อสร้าง Backlinks ปัจจุบันถือเป็นหนึ่งในวิธีทำลิงก์ที่ได้รับความนิยมมากในสาย SEO เพราะสามารถสร้างลิงก์คุณภาพสูงได้ในวงกว้าง

ข้อดีของการทำแคมเปญ Digital PR ได้แก่ 

  • เพิ่มการรับรู้แบรนด์ (Brand Awareness) และยอดค้นหาชื่อแบรนด์
  • เข้าถึงกลุ่มเป้าหมายได้ตรงจุด
  • เพิ่มทราฟฟิกจากการอ้างอิง (Referral Traffic)
  • เสริมภาพลักษณ์ด้านความเชี่ยวชาญและความน่าเชื่อถือ (E-E-A-T)
  • โซเชียลมีเดีย (Social Media)

โซเชียลมีเดียอาจไม่ได้ส่งผลโดยตรงต่ออันดับบน Google แต่เป็นช่องทางที่ช่วยเพิ่มการมองเห็น (Visibility) ได้อย่างมาก ยิ่งคอนเทนต์ของคุณถูกแชร์บนแพลตฟอร์มโซเชียลมากเท่าไร ก็ยิ่งมีโอกาสได้รับทราฟฟิกและ Backlinks เพิ่มขึ้นเท่านั้น

แม้บางครั้งคุณอาจไม่ได้ลิงก์หรือทราฟฟิกทันที แต่การที่คนเห็นแบรนด์มากขึ้น จะช่วยเพิ่มการค้นหาชื่อแบรนด์ (Branded Searches) และการถูกพูดถึง (Mentions) ซึ่งล้วนส่งผลดีต่อ Off-Page SEO


อินฟลูเอนเซอร์มาร์เก็ตติ้ง (Influencer Marketing) 
คือการทำงานร่วมกับบล็อกเกอร์หรือครีเอเตอร์บนโซเชียลมีเดียที่มีผู้ติดตามจำนวนมาก เพื่อช่วยโปรโมตสินค้า หรือบริการของคุณ

วิธีนี้เป็นอีกหนึ่งช่องทางที่มีประสิทธิภาพในการสร้างการรับรู้แบรนด์ (Brand Awareness) ขยายการเข้าถึงคอนเทนต์ และเข้าถึงกลุ่มเป้าหมายใหม่ ๆ
อินฟลูเอนเซอร์มักมีฐานผู้ติดตามที่แข็งแรง และช่วยให้แบรนด์ของคุณไปปรากฏบนแพลตฟอร์มที่เกี่ยวข้องกับกลุ่มเป้าหมายได้ง่ายขึ้น

Guest Posting
Guest Posting คือการเขียนบทความไปเผยแพร่บนเว็บไซต์ของผู้อื่น ซึ่งช่วยให้แบรนด์ของคุณได้เข้าถึงผู้ชมกลุ่มใหม่ ๆ และมีโอกาสได้รับการพูดถึงรวมถึง Backlinks กลับมายังเว็บไซต์ของคุณ

หากทำอย่างถูกวิธี Guest Posting จะช่วยเรื่อง Link Building ได้ดี แต่สิ่งสำคัญคือควรเลือกเว็บไซต์ที่เกี่ยวข้องกับสายงานหรือธุรกิจของคุณ (Niche) และต้องเน้นให้ข้อมูลที่มีคุณค่า ไม่ใช่เขียนเพื่อหวังแค่ลิงก์อย่างเดียว

วิธีหาโอกาสเขียน Guest Post ง่าย ๆ คือค้นหาใน Google โดยใช้คำค้นร่วมกับ Search Operators เช่น
  • “คีย์เวิร์ดของคุณ” + “this is a guest post by”
  • “คีย์เวิร์ดของคุณ” + “this is a guest contribution”
  • “คีย์เวิร์ดของคุณ” + “guest column”
  • “คีย์เวิร์ดของคุณ” + “guest post”
  • “คีย์เวิร์ดของคุณ” + “contributing writer”
  • “คีย์เวิร์ดของคุณ” + “contributing author”
ผลลัพธ์ที่ได้จะแสดงเว็บไซต์ที่เคยเปิดรับบทความจากผู้เขียนภายนอกมาก่อน ซึ่งมีโอกาสสูงที่พวกเขาจะเปิดรับบทความของคุณด้วย และอาจอนุญาตให้ใส่ลิงก์กลับมายังเว็บไซต์ของคุณในบทความได้

พอดแคสต์ (Podcasts)
ปัจจุบัน พอดแคสต์ (Podcasts) ได้รับความนิยมอย่างมาก และแนวโน้มก็ยังคงเติบโตต่อเนื่อง หากคุณยังไม่ได้ใช้พอดแคสต์เป็นส่วนหนึ่งของกลยุทธ์การตลาด อาจกำลังพลาดโอกาสสำคัญไป เพราะยังมีหลายธุรกิจที่ไม่ได้ใช้ช่องทางนี้ ทำให้คุณสามารถสร้างความได้เปรียบเหนือคู่แข่งได้ง่ายขึ้น

พอดแคสต์ช่วยให้คุณเข้าถึงกลุ่มผู้ฟังใหม่ ๆ แบ่งปันความเชี่ยวชาญ และเพิ่มการมองเห็นบนแพลตฟอร์มหรือเว็บไซต์อื่น ๆ

หากคุณได้รับเชิญไปเป็นแขกรับเชิญในพอดแคสต์ เจ้าของรายการอาจใส่ลิงก์กลับมายังเว็บไซต์ของคุณ หรือหากเนื้อหาบนเว็บไซต์ของคุณเกี่ยวข้องกับหัวข้อที่พูดถึง รายการพอดแคสต์อาจนำไปอ้างอิงและใส่ลิงก์ไว้ในคำอธิบายรายการ (Show Notes) ได้เช่นกัน

การเอาคอนเทนต์แบรนด์ไปเผยแพร์บนเว็บอื่น หลายสื่อชอบวิธีนี้ เพราะช่วยให้พวกเขามีคอนเทนต์ใหม่โดยไม่ต้องสร้างเองทั้งหมด ส่วนสำหรับคุณ ข้อดีคือทำให้แบรนด์ได้ไปปรากฏต่อหน้าผู้ชมกลุ่มใหม่ ๆ เพิ่มการมองเห็นและโอกาสเติบโต

ตัวอย่างแพลตฟอร์มที่นิยมใช้ทำ Content Syndication ได้แก่
  • Medium
  • LinkedIn
  • Outbrain
  • Taboola
  • Business 2 Community
  • Quuu


นอกจากนี้ คุณยังสามารถมองหาเว็บไซต์ในสายธุรกิจ (Niche) ของคุณ แล้วติดต่อเสนอให้นำบทความของคุณไปเผยแพร่ซ้ำได้เช่นกัน

อย่างไรก็ตาม การทำ Content Syndication ต้องทำอย่างระมัดระวัง เพราะ Google ระบุว่าจะเลือกแสดง “เวอร์ชันที่เหมาะสมที่สุดสำหรับผู้ใช้” ในแต่ละการค้นหา ซึ่งอาจไม่ใช่เวอร์ชันที่อยู่บนเว็บไซต์ของคุณเสมอไป นั่นหมายความว่า บทความเวอร์ชันที่เผยแพร่บนเว็บอื่น อาจมีโอกาสอันดับดีกว่าเว็บต้นฉบับของคุณได้ แนะนำว่า ให้บทความเวอร์ชันที่เผยแพร่ซ้ำ ใส่ลิงก์กลับมายังบทความต้นฉบับของคุณจะดีกว่า

วางลิงค์ในกระทู้ (Forums) 
การเข้าไปวางลิงก์ในฟอรั่มเพียงเพื่อหวังผลด้าน SEO โดยตรง ไม่ได้ช่วยให้อันดับบน Google ดีขึ้นอย่างมีนัยสำคัญ แต่คุณสามารถใช้ฟอรั่มเป็นพื้นที่ในการเข้าร่วมบทสนทนาที่เกี่ยวข้องกับความเชี่ยวชาญของคุณ เพื่อสร้างภาพลักษณ์ความเป็นผู้รู้ และทำให้กลุ่มเป้าหมายใหม่ ๆ รู้จักคุณมากขึ้น

จุดเด่นของฟอรั่มคือ คุณสามารถพูดคุยกับผู้คนที่กำลังตั้งคำถามหรือมองหาสิ่งที่คุณมีอยู่แล้ว จึงเป็นโอกาสดีในการสร้างความสัมพันธ์และความไว้วางใจ เมื่อสมาชิกในชุมชนสนใจข้อมูลเพิ่มเติม คุณจึงค่อยแชร์คอนเทนต์ที่เกี่ยวข้องและเป็นประโยชน์จริง ๆ แทนการโปรโมตแบบตรงเกินไป เพื่อไม่ให้คนในชุมชนมองว่าเป็นการขายตรงเกินจำเป็น 


 

3. ทำ Local SEO

Local SEO คือการปรับแต่งตัวตนออนไลน์ของธุรกิจ เพื่อเพิ่มการมองเห็น ทราฟฟิก และการรับรู้แบรนด์ในพื้นที่ใกล้เคียงกับธุรกิจของคุณ
เป้าหมายคือทำให้คนในพื้นที่ค้นหาแล้วเจอคุณได้ง่ายขึ้น ไม่ว่าจะเป็นผ่าน Google Search หรือ Google Maps  มาดู 2 เทคนิค Off-Page SEO ที่ธุรกิจท้องถิ่นกัน

ปรับแต่ง SEO บน Google Business Profile (GBP)
คือเครื่องมือฟรีจาก Google ที่ช่วยให้ธุรกิจของคุณแสดงผลบนหน้าค้นหาและ Google Maps ได้อย่างโดดเด่น เนื่องจากเป็นสิ่งที่อยู่ภายนอกเว็บไซต์ การปรับแต่ง Google Business Profile จึงถือเป็นเทคนิคสำคัญของ Off-Page SEO และเป็นหนึ่งในปัจจัยหลักของการทำ Local SEO

หากจัดการโปรไฟล์ได้ดี ธุรกิจของคุณมีโอกาสไปแสดงในตำแหน่งสำคัญ เช่น กล่องแผนที่ (Map Pack) เวลามีคนค้นหาคำอย่าง “ร้านต้นไม้ใกล้ฉัน” ซึ่งเป็นพื้นที่ที่สร้างโอกาสทางธุรกิจสูงมาก

เคล็ดลับใส่ข้อมูลบน GBP ตามหลัก SEO:
  • ใส่ข้อมูลติดต่อให้ถูกต้องและครบถ้วนที่สุด
  • ตอบรีวิวทุกข้อความ ทั้งบวกและลบ
  • โพสต์อัปเดตสม่ำเสมอ เช่น ข่าวสาร รูปภาพ หรือวิดีโอ

NAP SEO คือการทำให้ชื่อธุรกิจ (Name), ที่อยู่ (Address) และเบอร์โทรศัพท์ (Phone Number) ของคุณ ถูกต้องและตรงกันในทุกแพลตฟอร์มออนไลน์
ข้อมูลเหล่านี้มักปรากฏในไดเรกทอรีธุรกิจ โซเชียลมีเดีย เว็บไซต์รีวิว และเว็บไซต์อื่น ๆ เหตุผลที่สำคัญเพราะ Google ใช้ข้อมูล NAP เพื่อตรวจสอบความถูกต้องของธุรกิจคุณ หากข้อมูลแต่ละที่ไม่ตรงกัน จะทำให้ทั้งผู้ใช้งานและเสิร์ชเอนจินสับสน

เคล็ดลับการทำ NAP ให้ได้ผล:
  • ตรวจสอบให้ข้อมูลเหมือนกันทุกแพลตฟอร์ม
  • ส่งข้อมูลธุรกิจไปยังเว็บท้องถิ่นและเว็บเฉพาะทางในสายธุรกิจของคุณ
  • ตรวจสอบความถูกต้องของข้อมูลเป็นประจำ (เช่น ทุกเดือน)
  • การจัดการ Google Business Profile และการทำ NAP อย่างสม่ำเสมอ จะช่วยเพิ่มความน่าเชื่อถือ และทำให้ธุรกิจของคุณถูกค้นเจอได้ง่ายขึ้นในพื้นที่เป้าหมาย 

4. รีวิวจากลูกค้าจริง 

รีวิวจากลูกค้า มีอิทธิพลอย่างมากต่อการตัดสินใจของผู้บริโภค และช่วยสร้างความน่าเชื่อถือให้กับธุรกิจของคุณ
ในความเป็นจริง รีวิวถือเป็นหนึ่งในปัจจัยสำคัญที่ Google ใช้ประเมินความน่าเชื่อถือของเว็บไซต์ โดยเฉพาะอย่างยิ่งในการทำ Local SEO Google แนะนำให้ตอบรีวิวทุกประเภท ทั้งเชิงบวกและเชิงลบ เพราะการตอบกลับแสดงให้เห็นว่าคุณใส่ใจลูกค้าและให้ความสำคัญกับความคิดเห็นของพวกเขา

ทริคการใส่รีวิวที่ดี : รีวิวไม่ใช่แค่คำชม แต่เป็นปัจจัยสำคัญที่ช่วยเพิ่มความน่าเชื่อถือ อันดับการค้นหา และโอกาสทางธุรกิจในระยะยาว

เริ่มต้นทำ Off-Page SEO สร้างแบรนด์ให้เป็นที่รู้จักในวงกว้าง

Off-Page SEO เป็นหนึ่งในกลยุทธ์สำคัญที่ช่วยเพิ่มความน่าเชื่อถือให้เว็บไซต์ ผ่านการสร้าง Backlink คุณภาพ การทำ Digital PR และการเพิ่มการกล่าวถึงแบรนด์บนเว็บไซต์และแพลตฟอร์มต่าง ๆ ซึ่งล้วนส่งผลต่ออันดับการค้นหาในระยะยาว

หากคุณต้องการทำ SEO อย่างครบวงจร ทั้งวางโครงสร้างเว็บไซต์ ผลิตคอนเทนต์ และสร้าง Backlink ที่มีคุณภาพ ทีม Goon Content พร้อมดูแลกลยุทธ์ SEO ให้เหมาะกับธุรกิจของคุณ เพื่อช่วยเพิ่ม Organic Traffic และสร้างยอดขายอย่างยั่งยืน

ปรึกษาฟรี เพื่อประเมินเว็บไซต์และวางแผน SEO ที่ตอบโจทย์ธุรกิจของคุณได้เลยวันนี้
Tags :

Related Content
International seo คืออะไร
ถ้าอยากเพิ่มโอกาสการคลิกชมเว็บไซต์ในต่างประเทศ พร้อมขยายฐานลูกค้าต่างชาติมากขึ้น การทำ International SEO เป็นอีกหนึ่งเทคนิคที่คนทำ SEO และนักตลาดเลือกใช้กันมากยิ่งขึ้น
4 May 2024
บทความ SEO
ในบทความนี้ เราจะมาแชร์ทริคการเขียนบทความ SEO อย่างไรให้ติดหน้าแรกบนกูเกิ้ลได้ง่ายๆ มาดูกัน
10 Sept 2025
SEO E-commerce
มาเรียนรู้การทำ e commerce seoไปพร้อมกัน พร้อมแนะนำกลยุทธ์ SEO สำหรับร้านค้าออนไลน์ที่นิยมใช้กัน
9 Sept 2025
เว็บไซต์นี้มีการใช้งานคุกกี้ เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพและประสบการณ์ที่ดีในการใช้งานเว็บไซต์ของท่าน ท่านสามารถอ่านรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ Privacy Policy and Cookies Policy
Powered By MakeWebEasy Logo MakeWebEasy